หลวงพ่อสุ่น

หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน

หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน  ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงมากและน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก  หลวงพ่อสุ่นท่านเป็นต้นตำรับของตำนานการสร้างหนุมานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัย และเมตตามหานิยม
เเก่ผู้ที่มีไว้ครอบครอง  มีผู้คนมักถามว่าทำไมหนุมานของท่านถึงมีอานุภาพมาก  ลูกศิษย์ของท่านคนนึงเล่าให้ฟังว่า การปลุกเสกหนุมานของหลวงพ่อสุ่นมีความพิเศษ มีความเเปลกเเละพิศดารเป็นอย่างมาก   ก่อนที่ท่านจะลงมือทำการปลุกเสกหนุมาน
ในตอนเช้า  หลวงปู่สุ่นท่านจะให้ลูกศิษย์ไปตัดต้นไม้ที่มีหนามมาไว้มากๆ ส่วนมากจะเป็นจำพวกต้นไผ่ ต้นมะขามเทศ ต้นพุทธา  ส่วนช่วงค่ำท่านก็จะทำวัตรกับพระลูกวัดตามปกติเหมือนทุกวัน หลังจากที่ท่านทำวัตรเสร็จเเล้ว ท่านก็จะเข้าไปในกุฎิประมาณหนึ่งชั่วโมงท่านก็จะออกมา
พร้อมกับอุ้มบาตรออกมาเเล้วเรียกลูกศิษย์ให้อุ้มบาตรเข้าไปในโบสถ์
(ท่านกำชับบอกลูกศิษย์ว่าห้ามเปิดบาตรเด็ดขาด  ท่านมักพูดลอยๆว่า “ขี้เกียจจับ”)  เเละท่านก็จะกลับมานั่งทำวัตรอีกครั้ง เมื่อทำวัตรเสร็จเเล้วหลวงปู่สุ่นท่านก็นั่งหันหลังให้พระประธานเเล้วเอาบาตรตั้งไว้ด้านหน้าจากนั้นก็จะให้ลูกศิษย์นำกิ่งไม้มีหนามที่เตรียมไว้
มาสุมไปที่ตัวท่านให้เต็มจนหาทางเข้า-ออกไม่ได้   ท่านก็จะให้ลูกศิษย์ออกจากโบสถ์เเล้วลั่นกลอนปิดประตูโบสถ์ไว้  และห้ามผู้ใดเข้าออก  ครั้นเมื่อถึงเวลาประมาณตี 4 ท่านจะเรียกลูกศิษย์ให้เข้าไปในโบสถ์
เพื่อเก็บหนุมานที่ท่านปลุกเสกไว้ติดอยู่กับกิ่งไม้เเละหนามที่สุมตัวท่าน ตัวไหนที่หล่นอยู่กับพื้นให้เเยกไว้ต่างหาก  ท่านว่ายังใช้การไม่ได้เพราะปลุกไม่ขึ้น  สิ่งที่คาใจในลูกศิษย์คือหนุมานขึ้นไปติดกับกิ่งไม้เเละหนาม ได้อย่างไร
ที่สำคัญท่านออกมาจากกองหนามกิ่งไม้ที่สุมตัวท่านได้อย่างไร  โดยทุกอย่างอยู่ในสภาพเดิมทั้งสิ้น  หนุมานที่หลวงพ่อสุ่นปลุกเสก จะมีด้วยกันสามเนื้อคือ เนื้อไม้ เนื้องาช้าง เเละเนื้อเขี้ยว ลูกศิษย์หลวงพ่อสุ่นยังเล่าให้ฟังอีกว่า
การใช้หนุมานให้ได้ผลควรจะมีคาถากำกับด้วย เริ่มด้วยการตั้งนะโม 3 จบ เเล้วว่ากล่าวว่า  “โอม หะนุมานะ นะอย่าทำนะ”  หลวงปู่สุ่นยังบอกอีกว่าเวลาไปไหนมาไหน ให้ภาวนาในใจโดยไม่มีหนุมานก็ได้  หนุมานตัวที่ลงนี้เป็นเนื้องาเเกะ โดยช่างชาวบ้าน ตัวเล็กมาก

“ขุนกระบี่วานร ฤทธิเกริกไกร หนึ่งในสยาม” หนุมานของหลวงปู่สุ่นนับเป็นสุดยอดของขลังในชุดเบญจภาคี  เป็นเครื่องรางของขลังที่นักสะสมเฝ้าใฝ่หาไว้มาครอบครองบูชาไม่แพ้เขี้ยวเสือแกะของหลวงพ่อปาน   หลวงพ่อสุ่นท่านเรียนวิชาปลุกเสกหนุมาน จากพระนาคทัศน์ ซึ่งมีคาถากำกับหนุมานให้ว่า
“นะมัง เพลิง โมมังปากกระบอก ยะมิให้ออก อุดธังโธอุด ธังอัด อะสังวิสุโรปุสะพูพะ มะอะอุ โอมยะพุทธา ทะโยสตรี สตรี นิสังโห”

การะแกะหนุมาน มีช่างแกะ อยู่ 3 แบบ คือ แบบหน้าโขนทรงเครื่อง ,แบบหน้าลิงหัวค่ำ ,และหน้าลิงกระบี่   หน้าลิงหัวค่ำจะแกะเป็นหนุมานหัว   ซึ่งมีปากและลิ้นคล้ายเป็ด
หนุมานหลวงพ่อสุ่นเป็นงานที่แกะขึ้นด้วยมือล้วนๆไม่มีบล๊อกแม่พิมพ์  การพิจารณาดูว่าแท้หรือไม่จึงต้อง เน้นการอ่านฝีมือช่างให้ออก
ส่วนที่หลวงพ่อสุ่น ท่านไม่ค่อยได้ทำตะกรุด นั้นเป็นไปได้ว่า ท่านไม่ต้องการให้ซ้ำกับสหมิกธรรมร่วมอาจารย์เดียวกันของท่านคือ หลวงปู่กลิ่น วัดสะพานสูง  เพราะเกจิยุคเก่านั้นท่านถือมากเรื่องการทำทับรอยซึ่งกันเเละกัน หรือว่า การทำทับรอยอาจารย์

About these ads