หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

ประวัติคร่าวๆของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญท่านเกิดเมื่อที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2391 ตรงกับวันจันทร์ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก จุลศักราช 1210  สัมฤทธิศกเวลาย่ำรุ่งใกล้สว่าง
อันเป็นปีที่ 25 แห่งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3

บ้านเกิดของหลวงปู่บุญอยู่ที่ บ้านตำบลท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร  (ในครั้งนั้นยังเป็นตำบลบ้านนางสาว อำเภอ ตลาดใหม่เมืองนครชัยศรี ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นบ้านท่าไม้ อ.สามพราน จ.นครปฐม)
แต่ปัจจุบันนี้ ต.ท่าไม้ได้โอนไปขึ้นกับ อ.กระทุ่มแบน จ.สุมทรสาคร

บิดาของหลวงปู่มีนามว่า นายเส็ง  และมารดามีนามว่า นางลิ้ม  ท่านมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน โดยตัวท่านเป็นคนโต
มีน้องชายหญิงอีก 5 คนมีชื่อว่า  นางเอม , นางบาง , นางจัน , นายปาน  และคนสุดท้องชื่อ นายคง

เมื่อตอนท่านยังเป็นทารก  มีอาการป่วยมากจนถึงกับสลบไป  สุดท้ายท่านไม่หายใจ   จนบิดามารดาของท่านเห็นว่า
ท่านเสียชีวิตแล้วจึงจัดแจงจะเอาท่านไปฝังทำพิธี   แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันที่จะได้ฝังท่านก็ตื่นฟื้นขึ้นมา บิดามารดา
ของท่านดีใจมาก  จึงถือเคล็ดตั้งชื่อใหม่ให้กับท่านว่า “บุญ”
ตอนที่ท่านยังอยู่ในวัยเยาว์นั้น บิดามารได้ย้ายภูมิลำเนามาทำนาที่ตำบลบางช้าง อ.สามพราน
เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี บิดาของท่านได้เสียชีวิต   ป้าของท่านจึงนำไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอยู่กับพระปลัด
ทอง ณ วัดกลาง ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อว่า “วัดคงคาราม” ตำบลปากน้ำ (ปากคลองบางแก้ว) อำเภอ นครชัยศรี
เมื่อท่านอายุได้ 15 ปีจึงทำการบรรพชาให้เป็นสามเณร  ท่านได้รับใช้ปรนนิบัติพระปลัดทอง จึงทำให้เป็นที่รักใคร่ของพระปลัดทองยิ่งนัก
แต่เมื่อมีอายุได้ใกล้อุปสมบทท่านมีความจำเป็นต้องลาสิกขา   เนื่องด้วยโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน

อุปสมบท

ท่านได้อุปสมบทเมื่ออายุได้ 22 ปี ณ พัทธสีมา วัดกลางบางแก้ว เมื่อวันจันทร์เดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำตรงกับ
ปีมะเส็ง จุลศักราช 1231 เอกศกเพลาบ่ายตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2412  โดยมีพระปลัดปาน เจ้าอาวาสวัดพิไทยทาราม (วัดตุ๊กตา) เป็นพระอุปัชฌาย์
พระปลัดทอง (เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว) พระอธิการทรัพย์ (เจ้าอาวาสวัดงิ้วราย) พระครูปริมานุรักษ์ วัดสุประดิษฐานราม และพระอธิการจับ เจ้าอาวาสวัดท่ามอญร่วมกันให้สรณาคมณ์กับศีลและสวดกรรมวาจา
อนึ่งการที่มีพระอาจารย์ร่วมพิธีถึง 4 รูปเช่นนี้ก็เพราะพระเถระเหล่านี้เป็นที่เคารพนับถือของผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าภาพอุปสมบทแล้วพระอุปัชฌาย์ขนานนามฉายาให้ว่า “ขนฺธโชติ” แล้วให้จำพรรษาอยู่กับพระปลัดทอง
ที่วัดกลางบางแก้ว

สมณศักดิ์และตำแหน่ง

ในปี พ.ศ. 2429 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอธิการปกครองวัดกลางบางแก้ว
ในปี พ.ศ.2431 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ในปี พ.ศ. 2433 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะหมวด
ในปี พ.ศ. 2459 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาอีก 4 เดือน คือวันที่
30 ธันวาคม ศกเดียวกันก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูมีราชทินนามว่า “พระครูอุตรการบดี”
และยกให้เป็นเจ้าคณะแขวงเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พุทธศักราช 2462 ก็ได้รับพระกรุณาโปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญา
บัตรที่ “พระครูพุทธวิถีนายก” และให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรการคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมกับจังหวัด
สุพรรณบุรีในปีพ.ศ.2471 ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะสามัญในราชทินนามที่
“พระพุทธวิถีนายก”

การศึกษาวิชาอาคมและการสร้างพระและเครื่องราง
หลวงปู่บุญถูกจัดอันดับอยู่ในยอดเกจิดัง เป็นผู้เข้มขลังทางพระเวทย์ที่มีตบะสมาธิและวิถีแห่งญาณแก่กล้า
จนเป็นที่ยอมรับยกย่องของพระคณาจารย์ร่วมยุคร่วมสมัย ด้วยความเชี่ยวชาญเข้มขลังในพระเวททำให้พระเครื่องและวัตถุมงคล
ที่หลวงปู่สร้างมีเกียรติคุณและมีชื่อเสียงขจรขจาย เป็นที่เสาะแสวงหาของคนรุ่นปู่รุ่นทวดลงมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน
เบี้ยแก้ของหลวงปู่ จัดอยู่ในอันดับยอดเครื่องรางที่ทุกคนต่างก็ปรารถนาจะได้ไว้ในครอบครอง

เบี้ยเปลือยหลวงปู่บุญ

เบี้ยเปลือยหลวงปู่บุญเบี้ยเปลือยหลวงปู่บุญ