Tag Archive: เบี้ยแก้


หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว เดิมท่านมีชื่อ เจือ เนตรประไพ เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2468
บ้านเกิดท่านอยู่ที่ อำเภอ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม  บิดามีนามว่า นายแพ มารดานามว่า  นางบู  ครอบครัวของท่านมีอาชีพทำการเกษตรกรรม
หลวงปู่เจือท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวนทั้งสิ้น 7 คน เมื่อเรียนจบชั้น ป.4   ท่านก็ช่วยบิดามารดาทำการเกษตร  จนกระทั่งอายุครบ 26 ปี เมื่อปีพ.ศ. 2494
ท่านจึงได้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบท ณ วัดกลางบางแก้ว โดยมี พระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่เพิ่ม) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมธร(หลวงพ่อมูล) เป็นพระคู่สวด
เมื่อบวชแล้วได้อยู่จำพรรษาและเล่าเรียนวิชาการต่างๆจากหลวงปู่เพิ่มมาโดยตลอด โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคม และการทำเบี้ยแก้มาจากหลวงปู่เพิ่มอีกด้วย
หลวงปู่เจือท่านมีความขยันหมั่นเพียรและมีความจำที่ดีมาก รวมทั้งมีความประพฤติที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยถือเป็นศิษย์เอกของหลวงปู่
หลวงปู่จึงเพิ่มจึงรักและเมตตาเป็นอย่างมาก สอบได้นักธรรมเอกและได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูปริยัติธรรม เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2497 จนเมื่อปี 2499 ก็ได้รับหน้าที่กรรมการสอบปริยัติธรรม
ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสมุห์ ในฐานานุกรมของพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่เพิ่ม) ในปี 2504 นั่นก็คือ เป็นพระเลขาของหลวงปู่เพิ่มนั่นเอง จวบจนหลวงปู่เพิ่มถึงแก่มรณภาพลง
หลวงปู่เจือท่านได้รับการเรียนเชิญให้ขึ้นรับตำแหน่งเจ้าอาวาส  แต่ท่านปฏิเสธ จนกระทั่ง พระอาจารย์ใบซึ่งรักษาการ เจ้าอาวาสถึงแก่มรณภาพลง  ท่านจึงต้องรับภาระการปกครองวัดไว้
ด้วยการรับตำแหน่งรองเจ้าอาวาสเท่านั้น ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม 2528

เบี้ยแก้หลวงปู่เจือ

เบี้ยแก้หลวงปู่เจือ

วัตถุมงคลของท่านที่มีชื่อเสียงโด่งดังโดยเฉพาะคือ เบี้ยแก้ เอกลักษณ์แห่งเครื่องรางของวัดกลางบางแก้วที่ท่านได้รับการถ่ายทอดโดยตรงมาจากหลวงปู่เพิ่ม
ปัจจุบัน เบี้ยแก้ ของท่านมีผู้นำไปบูชาแล้วประสบกับเหตุการณ์อันน่ามหัศจรรย์มากมาย จนเป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างขว้าง ผู้ที่หา เบี้ยแก้ ของหลวงปู่บุญหรือของหลวงปู่เพิ่ม ไม่ได้
ก็มักจะหันมาหา เบี้ยแก้ ของหลวงปู่เจือ แทน โดยมีความเชื่อกันว่า ใช้แทนกันได้ ปัจจุบันนี้ท่านรับหน้าที่สืบสานตำนานการสร้างเบี้ยแก้ ของวัดกลางบางแก้วไว้
โดยท่านเริ่มทำเองทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2530 แต่ในอดีตนั้น ท่านเป็นลูกมือช่วยตีตะกั่วหุ้มเบี้ยให้หลวงปู่เพิ่มมานานมากแล้ว รวมทั้งท่านยังมีฝีมือในการถักด้ายห่อเบี้ยที่สวยงามและละเอียดมากๆ
ปัจจุบัน ท่านไม่ได้ทำกาตีตะกั่วและถักเบี้ยเองแล้ว แต่ได้ถ่ายทอดให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากมายในปัจจุบัน

Advertisements
หลวงปู่เพิ่ม

หลวงปู่เพิ่ม

หลวงปู่เพิ่ม เกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 28 มกราคม 2429 ปีจอ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3  จุลศักราช 1248  บ้านเกิดท่านอยู่ที่ ตำบลไทยวาส ม.3  อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม
บิดาของท่านชื่อ  นายเกิด  และมารดาของท่านชื่อวรรณ  นามสกุล พงษ์อัมพร
หลวงปู่เพิ่มได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 8 ขวบ สืบต่อมาจนถึงอายุครบบวช
ท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2450 เมื่ออายุ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดกลางบางแก้ว สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ครั้งพระองค์ยังดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระวันรัต วัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอธิการจอม เจ้าอาวาสวัดตุ๊กตา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นพระกรรมวาจาจารย์  พระครูทักษิณานุกิจ (ผัน) วัดสรรเพชญ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ท่านศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดกลางบางแก้วตลอดมา
สมณศักดิ์ของท่าน
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2481 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดกลางบางแก้ว
วันที่ 4 ธันวาคม 2482 ได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ในเขตอำเภอนครชัยศรี
วันที่ 8 เมษายน 2483 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอนครชัยศรี
วันที่ 1 มีนาคม 2489 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูราชทินนามว่า “พระครูพุทธวิถีนายก”
วันที่ 5 ธันวาคม 2495 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
วันที่ 5 ธันวาคม 2503 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญมีราชทินนามว่า “พระพุทธวิถีนายก” ปี พ.ศ. 2520 เนื่องจากความชราภาพมากทางคณะสงฆ์จึงยกขึ้นเป็นกิตติมศักดิ์

หลวงปู่เพิ่มท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2526 (เวลา04.50 น ใกล้สว่าง) สิริรวมอายุได้ 97 ปี 76 พรรษา

ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาการทำตะกรุด และ เบี้ยแก้ มาจากหลวงปู่บุญนั่นเอง

เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่ม

เบี้ยแก้หลวงปู่เพิ่ม

 

 

 

ตะกรุดหลวงปู่เพิ่ม

ตะกรุดหลวงปู่เพิ่ม

 

หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

ประวัติคร่าวๆของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญท่านเกิดเมื่อที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2391 ตรงกับวันจันทร์ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก จุลศักราช 1210  สัมฤทธิศกเวลาย่ำรุ่งใกล้สว่าง
อันเป็นปีที่ 25 แห่งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3

บ้านเกิดของหลวงปู่บุญอยู่ที่ บ้านตำบลท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร  (ในครั้งนั้นยังเป็นตำบลบ้านนางสาว อำเภอ ตลาดใหม่เมืองนครชัยศรี ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นบ้านท่าไม้ อ.สามพราน จ.นครปฐม)
แต่ปัจจุบันนี้ ต.ท่าไม้ได้โอนไปขึ้นกับ อ.กระทุ่มแบน จ.สุมทรสาคร

บิดาของหลวงปู่มีนามว่า นายเส็ง  และมารดามีนามว่า นางลิ้ม  ท่านมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน โดยตัวท่านเป็นคนโต
มีน้องชายหญิงอีก 5 คนมีชื่อว่า  นางเอม , นางบาง , นางจัน , นายปาน  และคนสุดท้องชื่อ นายคง

เมื่อตอนท่านยังเป็นทารก  มีอาการป่วยมากจนถึงกับสลบไป  สุดท้ายท่านไม่หายใจ   จนบิดามารดาของท่านเห็นว่า
ท่านเสียชีวิตแล้วจึงจัดแจงจะเอาท่านไปฝังทำพิธี   แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันที่จะได้ฝังท่านก็ตื่นฟื้นขึ้นมา บิดามารดา
ของท่านดีใจมาก  จึงถือเคล็ดตั้งชื่อใหม่ให้กับท่านว่า “บุญ”
ตอนที่ท่านยังอยู่ในวัยเยาว์นั้น บิดามารได้ย้ายภูมิลำเนามาทำนาที่ตำบลบางช้าง อ.สามพราน
เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี บิดาของท่านได้เสียชีวิต   ป้าของท่านจึงนำไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอยู่กับพระปลัด
ทอง ณ วัดกลาง ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อว่า “วัดคงคาราม” ตำบลปากน้ำ (ปากคลองบางแก้ว) อำเภอ นครชัยศรี
เมื่อท่านอายุได้ 15 ปีจึงทำการบรรพชาให้เป็นสามเณร  ท่านได้รับใช้ปรนนิบัติพระปลัดทอง จึงทำให้เป็นที่รักใคร่ของพระปลัดทองยิ่งนัก
แต่เมื่อมีอายุได้ใกล้อุปสมบทท่านมีความจำเป็นต้องลาสิกขา   เนื่องด้วยโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน

อุปสมบท

ท่านได้อุปสมบทเมื่ออายุได้ 22 ปี ณ พัทธสีมา วัดกลางบางแก้ว เมื่อวันจันทร์เดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำตรงกับ
ปีมะเส็ง จุลศักราช 1231 เอกศกเพลาบ่ายตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2412  โดยมีพระปลัดปาน เจ้าอาวาสวัดพิไทยทาราม (วัดตุ๊กตา) เป็นพระอุปัชฌาย์
พระปลัดทอง (เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว) พระอธิการทรัพย์ (เจ้าอาวาสวัดงิ้วราย) พระครูปริมานุรักษ์ วัดสุประดิษฐานราม และพระอธิการจับ เจ้าอาวาสวัดท่ามอญร่วมกันให้สรณาคมณ์กับศีลและสวดกรรมวาจา
อนึ่งการที่มีพระอาจารย์ร่วมพิธีถึง 4 รูปเช่นนี้ก็เพราะพระเถระเหล่านี้เป็นที่เคารพนับถือของผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าภาพอุปสมบทแล้วพระอุปัชฌาย์ขนานนามฉายาให้ว่า “ขนฺธโชติ” แล้วให้จำพรรษาอยู่กับพระปลัดทอง
ที่วัดกลางบางแก้ว

สมณศักดิ์และตำแหน่ง

ในปี พ.ศ. 2429 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอธิการปกครองวัดกลางบางแก้ว
ในปี พ.ศ.2431 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ในปี พ.ศ. 2433 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะหมวด
ในปี พ.ศ. 2459 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาอีก 4 เดือน คือวันที่
30 ธันวาคม ศกเดียวกันก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูมีราชทินนามว่า “พระครูอุตรการบดี”
และยกให้เป็นเจ้าคณะแขวงเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พุทธศักราช 2462 ก็ได้รับพระกรุณาโปรดให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญา
บัตรที่ “พระครูพุทธวิถีนายก” และให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรการคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมกับจังหวัด
สุพรรณบุรีในปีพ.ศ.2471 ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้เลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะสามัญในราชทินนามที่
“พระพุทธวิถีนายก”

การศึกษาวิชาอาคมและการสร้างพระและเครื่องราง
หลวงปู่บุญถูกจัดอันดับอยู่ในยอดเกจิดัง เป็นผู้เข้มขลังทางพระเวทย์ที่มีตบะสมาธิและวิถีแห่งญาณแก่กล้า
จนเป็นที่ยอมรับยกย่องของพระคณาจารย์ร่วมยุคร่วมสมัย ด้วยความเชี่ยวชาญเข้มขลังในพระเวททำให้พระเครื่องและวัตถุมงคล
ที่หลวงปู่สร้างมีเกียรติคุณและมีชื่อเสียงขจรขจาย เป็นที่เสาะแสวงหาของคนรุ่นปู่รุ่นทวดลงมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน
เบี้ยแก้ของหลวงปู่ จัดอยู่ในอันดับยอดเครื่องรางที่ทุกคนต่างก็ปรารถนาจะได้ไว้ในครอบครอง

เบี้ยเปลือยหลวงปู่บุญ

เบี้ยเปลือยหลวงปู่บุญเบี้ยเปลือยหลวงปู่บุญ

 

เบี้ยแก้คืออะไร

เบี้ยแก้ คือ เครื่องรางชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอุปเท่ห์การใช้มากมายหลายอย่าง ทั้งกันและแก้สิ่งชั่วร้ายเสนียด
จัญไร คุณไสย คุณคน คุณผี บาเบื่อ ยาเมา ทั้งหลาย คณาจารย์ยุคเก่าที่สร้างเครื่องรางประเภทเบี้ยแก้
เอาไว้มีด้วยกันหลายรูป แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เห็นจะมีอยู่เพียง 2 รูปคือ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
และหลวงปู่รอด วัดนายโรง

บลอกที่ WordPress.com .
[ กลับขึ้นไปด้านบน ]